ถุงฟอยล์FoodGradeสำหรับบรรจุอาหารอย่างปลอดภัย

ถุงสำหรับบรรจุอาหารแต่ละประเภทต้องการคุณสมบัติของวัสดุแตกต่างกัน ทั้งชั้นสัมผัสอาหาร ความสามารถในการป้องกันความชื้น อากาศ และแสง การเข้าใจ แนวทางเลือกประเภทและโครงสร้างถุงให้เหมาะกับสินค้า จึงช่วยให้เจ้าของแบรนด์พิจารณาสเปก Food Grade ได้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

เจาะลึกโครงสร้างชั้นวัสดุ Food Grade กับจุดสัมผัสอาหาร

ถุงฟอยล์ลามิเนตประกอบด้วยวัสดุหลายชั้นซ้อนกัน จุดที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษคือชั้นที่สัมผัสกับอาหารโดยตรง รวมถึงวัสดุและกระบวนการที่ใช้ยึดฟิล์มแต่ละชั้นเข้าด้วยกัน

  1. พลาสติกชั้นในสุด (Inner Layer)
    ชั้นที่สัมผัสอาหารโดยตรงควรใช้พลาสติกบริสุทธิ์เกรดสัมผัสอาหาร (Virgin Plastic Resin) เช่น LLDPE หรือ CPP โดยไม่มีการผสมพลาสติกรีไซเคิล รวมถึงไม่มีส่วนผสมของสารพลาสติไซเซอร์ (Plasticizer) หรือสาร BPA
  2. กาวลามิเนตและกระบวนการประกบชั้นฟิล์ม (Lamination)
    การยึดฟิล์มพลาสติกเข้ากับอะลูมิเนียมฟอยล์ใช้กาวลามิเนตชนิด Solvent-Free หรือ Solvent-Based ซึ่งต้องผ่านกระบวนการบ่ม (Curing Process) อย่างสมบูรณ์ เพื่อลดสาร Solvent ระเหยง่ายและป้องกันกลิ่นเคมีตกค้างที่อาจรบกวนกลิ่นของอาหาร
  3. ระบบหมึกพิมพ์ชั้นนอก (Outer Printing)
    หมึกพิมพ์ลวดลายอยู่บนฟิล์มชั้นนอก เช่น PET หรือ OPP และแยกจากชั้นที่สัมผัสอาหารโดยตรงด้วยโครงสร้างวัสดุของถุง รวมถึงควรเลือกใช้หมึกพิมพ์ประเภท Non-Benzene หรือ Non-Toluene ที่ได้มาตรฐาน

สังเกตสัญญาณเตือนถุงฟอยล์ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย

ก่อนนำซองไปบรรจุสินค้าจริง ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบลักษณะผิดปกติเบื้องต้นได้จากกลิ่น สภาพของชั้นฟิล์ม และการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อสัมผัสกับอาหาร

  • มีกลิ่นเคมีหรือกลิ่นกาวฉุนผิดปกติ: เมื่อเปิดถุงฟอยล์ใหม่แล้วพบกลิ่นตัวทำละลาย กลิ่นกาว หรือกลิ่นผิดปกติ ไม่ควรนำไปบรรจุอาหารทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการบ่มกาวหรือการอบหมึกพิมพ์ที่ไม่สมบูรณ์
  • เนื้อฟิล์มหลุดล่อนออกจากกัน (Delamination): เมื่อลองพับ ดึง หรือบีบซองเบา ๆ แล้วพบว่าชั้นพลาสติกแยกออกจากชั้นอะลูมิเนียมฟอยล์ได้ง่าย อาจสะท้อนถึงปัญหาการยึดติดของชั้นวัสดุ
  • พลาสติกเปลี่ยนสภาพเมื่อโดนน้ำมันหรือความร้อน: หากนำถุงไปใส่อาหารที่มีไขมันหรือมีความร้อน แล้วพบว่าเนื้อถุงเปื่อย นิ่มลงผิดปกติ หรือสีเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบว่าโครงสร้างชั้นในเหมาะกับลักษณะสินค้าและอุณหภูมิที่ใช้งานหรือไม่

นอกจากตรวจสอบความปลอดภัยของวัสดุแล้ว ลักษณะของอาหารที่นำมาบรรจุก็มีผลต่อการเลือกซองเช่นกัน จึงควร เลือกถุงฟอยล์ให้เหมาะกับประเภทสินค้าและลักษณะการใช้งาน เพื่อให้ชนิดของพลาสติกสอดคล้องกับกรด ด่าง น้ำมัน หรือความร้อนที่อาจสัมผัสกับบรรจุภัณฑ์

เอกสารรับรองมาตรฐานที่โรงงานผลิตถุงฟอยล์ต้องมี

การพิจารณาจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ได้ เอกสารรับรองและผลการทดสอบจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรตรวจสอบกับผู้ผลิตก่อนนำถุงฟอยล์ไปใช้กับอาหาร

ชื่อใบรับรอง / รายการตรวจเช็กความสำคัญและการนำไปใช้
ใบ Certificate (FDA / Food Grade)เอกสารรับรองว่าเม็ดพลาสติกและฟิล์มที่ใช้ผลิต
ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยสำหรับการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับอาหาร
ผลการทดสอบ Overall Migration Testการทดสอบหาปริมาณสารปนเปื้อนรวมที่ย้าย
จากถุงสู่อาหารจำลอง (Food Simulant) ตามมาตรฐานที่กำหนด
มาตรฐานระบบการผลิต (GMP / GHPs / ISO 22000)การรับรองระบบหรือกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้อง
กับความสะอาดและการควบคุมสิ่งปนเปื้อน

ความปลอดภัยของวัสดุเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนความสามารถในการรักษาคุณภาพอาหารเป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน หากสินค้าต้องไวต่อความชื้นหรืออากาศ ควร เลือกคุณสมบัติ Barrier ให้สอดคล้องกับสินค้าและระยะเวลาที่ต้องการเก็บรักษา เพื่อให้โครงสร้างซองตอบโจทย์การใช้งานได้เหมาะสม

ขั้นตอนตรวจสอบก่อนตัดสินใจสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร

เมื่อได้ประเภทถุงและโครงสร้างวัสดุที่ต้องการแล้ว ขั้นต่อไปคือการตรวจสอบข้อมูลกับผู้ผลิตและทดลองกับสินค้าจริงก่อนสั่งผลิตจำนวนมาก

  • ขอผล Lab Test หรือ Spec Sheet ของวัสดุ: ตรวจสอบข้อมูลสเปกฟิล์มชั้นใน รวมถึงผลทดสอบหรือข้อมูลด้านสารปนเปื้อนที่ผู้ผลิตมี
  • ทดสอบ Shelf Life ร่วมกับซองตัวอย่าง: นำซองตัวอย่างมาบรรจุสินค้าจริงและทำการเร่งสภาวะ (Accelerated Shelf Life Testing) เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของรสชาติ กลิ่น และความชื้น
  • ระบุรายละเอียด Artwork และจุดซีลให้ชัดเจน: ก่อนส่งงานผลิต ควร เตรียมข้อมูลสำหรับพิมพ์โลโก้และรายละเอียดของถุงให้ครบ เพื่อให้ตำแหน่ง Artwork และจุดซีลเป็นไปตามรูปแบบซองที่กำหนด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกถุงฟอยล์ Food Grade (FAQ)

Q: ซองฟอยล์ใส่อาหารธรรมดากับถุงฟอยล์ Food Grade ต่างกันอย่างไร?

A: ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่วัสดุที่ใช้สัมผัสอาหาร กาว หมึกพิมพ์ และมาตรฐานหรือผลการทดสอบที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นก่อนเลือกใช้ถุงฟอยล์กับอาหาร ควรตรวจสอบสเปกวัสดุและเอกสารรับรองจากผู้ผลิต ไม่ควรพิจารณาจากลักษณะภายนอกของซองเพียงอย่างเดียว

Q: นำถุงฟอยล์ Food Grade เข้าไมโครเวฟได้หรือไม่?

A: ถุงฟอยล์ที่มีชั้นโลหะอะลูมิเนียมไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟ เนื่องจากโลหะสามารถสะท้อนคลื่นไมโครเวฟและเกิดประกายไฟได้ หากต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับใช้งานกับไมโครเวฟ ควรเลือกโครงสร้างที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานดังกล่าวแทน

Q: ถุงฟอยล์ Food Grade สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หรือไม่?

A: หากเป็นถุงที่มีซิปล็อกและใช้บรรจุอาหารแห้ง สามารถเปิด-ปิดระหว่างการใช้งานจนกว่าสินค้าภายในจะหมดได้ แต่หากใช้กับอาหารเปียก แกง หรืออาหารที่มีน้ำมัน ไม่แนะนำให้นำซองไปล้างแล้วใช้บรรจุอาหารใหม่ เพราะอาจมีสิ่งตกค้างสะสมตามรอยซีลและซิปล็อก

ก่อนเลือกถุงฟอยล์ Food Grade อย่าดูแค่คำว่า Food Grade

คำว่า Food Grade บนบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดที่เจ้าของแบรนด์ควรใช้ตัดสินใจ สิ่งที่ต้องตรวจให้ครบคือวัสดุชั้นที่สัมผัสอาหาร โครงสร้างลามิเนต กาวและหมึกพิมพ์ รวมถึงเอกสารหรือผลการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงของสินค้า

บริษัท ศิวะ ซัพพลาย จำกัด ให้ความสำคัญกับการผลิตถุงฟอยล์ Food Grade ที่ได้มาตรฐานสากล คัดสรรวัสดุอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงสารตกค้าง เพื่อช่วยปกป้องคุณภาพอาหารในทุกบรรจุภัณฑ์

เบอร์มือถือ: 086-425-1696, 093-252-6152, 088-459-4942, 087-499-4546 เบอร์โทร: 02-955-4955